การบูรณะฟัน (Dental Restoration)
ฟันมี 3 ชั้น
• เคลือบฟัน (enamel)
• เนื้อฟัน (dentin)
• โพรงประสาทฟัน (dental pulp)

ฟันผุมีหลายระดับแบ่งตามชั้นของฟัน
• C1 คือฟันผุที่ชั้นเคลือบฟัน ถ้าเกิดขึ้นที่บริเวณที่เห็นได้ง่าย เช่น ฟันหลังล่างด้านบดเคี้ยว ถ้ามาพบทันตแพทย์ก็จะได้อุดตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นบริเวณที่เห็นได้ยาก เช่นด้านประชิดของฟัน ก็จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ ยกเว้นเห็นจาก x-ray
• C2 คือฟันผุที่ชั้นเนื้อฟัน ลักษณะที่สังเกตได้คือ ฟันเป็นโพรง หรือ มีสีคล้ำในเนื้อฟัน อาจมีอาการเช่น เสียวฟันเวลาทานน้ำเย็น หรือ เมื่อมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน ถ้าฟันผุถึงชั้นนี้ ทันตแพทย์จะสามารถสังเกตเห็นได้ และควรรีบอุดก่อนที่จะลุกลามมากกว่านี้ ขณะอุดฟันอาจมีอาการเสียวฟัน มักต้องใช้ยาชาร่วมด้วย
• C3 คือฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน มักมีอาการปวดร่วมด้วย ถ้าผุถึงชั้นนี้จะไม่สามารถอุดฟันได้ ต้อง รักษารากฟันก่อน
• C4 คือฟันผุเป็นเวลานานมากๆ แล้วคนไข้ละเลยจนฟันเหลือแต่ราก กรณีนี้ ต้องถอนเท่านั้น ไม่สามารถรักษาไว้ได้
กรณีที่ฟันผุลึกมากจนทะลุโพรงประสาทฟันเป็นรูเล็กๆเท่ารูเข็ม และคนไข้ไม่มีอาการปวด ทันตแพทย์อาจพิจารณาอุดให้ ถ้ามีอาการปวด จะต้องรักษารากฟัน

วิธีที่ใช้บูรณะฟันทั่วๆไปมี 5 แบบใหญ่ๆ คือ

• Amalgam filling หรือ โลหะ
• Resin composite filling หรือ สีเหมือนฟัน
• การบูรณะในกรณีที่ฟันผุใหญ่ ไม่สามารถใช้ 2 วิธีแรกได้
• Inlay, onlay
• Crown หรือ ครอบฟัน

การบูรณะฟัน
• ฟันผุที่ชั้นเคลือบฟัน (enamel caries)
การรักษา อาจอุดโดยใช้วิธีที่เรียกว่า Preventive resin restoration คือเป็นการอุดด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟันทับ เพื่อป้องกันฟันผุต่อไป (คือมีทั้งการอุดฟัน และการป้องกันฟันผุไปด้วยกัน
• ฟันผุที่ชั้นเนื้อฟัน (dentin caries)
การรักษา มีวัสดุ 2 แบบใหญ่ๆ คือ
1. อุดด้วย amalgam
ข้อดี
• ราคาถูกกว่าวัสดุอื่น
• ไม่ค่อยเสียวฟันหลังอุด
• เทคนิกในการอุดง่ายกว่า เช่น ไม่ต้องระวังน้ำลายเท่าเรซิน อาจพิจารณาใช้ในกรณีที่คนไข้มีน้ำลายมาก อ้าปากนานๆไม่ได้ เป็นต้น

ข้อเสีย
• ไม่สวย ถ้าใช้ในฟันล่าง ยิ้มแล้วจะเห็นเป็นสีโลหะ
• ต้องกรอฟันมาก เป็นลักษณะเหมือนกล่อง เพื่อให้วัสดุยึดอยู่ได้
• ใช้เวลาแข็งตัวเต็มที่ 24 ชม. จึงต้องงดเคี้ยวอาหารข้างที่ทำ และทำพร้อมกัน 2 ข้างซ้ายขวาไม่ได้
• บางประเทศไม่ยอมรับเนื่องจากมีส่วนผสมของปรอท
2. อุดด้วย resin
ข้อดี
• สวย เป็นสีเหมือนฟัน
• แข็งตัวเต็มที่ทันทีหลังการฉายแสง จึงเคี้ยวได้ทันที

ข้อเสีย
• แพงกว่า แบบโลหะ
• อาจมีอาการเสียวฟันหลังอุดในระยะแรก เนื่องจากต้องใช้กรดในการอุด และการหดตัวของวัสดุขณะฉายแสง ถ้าเสียวฟันมากอาจต้องเปลี่ยนเป็นโลหะภายหลัง

Inlay, onlay
• โลหะ
• สีเหมือนฟัน

ครอบฟัน
กรณีฟันที่ผุใหญ่มากจนไม่สามารถอุดด้วย amalgam, resin หรือ inlay onlayได้ มีทั้งแบบ

1. Metal crown มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรก มีข้อเสียที่สำคัญคือ ไม่สวย

ข้อดี
1. แข็งแรงกว่าแบบอื่นๆ
2. ราคาถูก
3. กรอฟันน้อยเนื่องจากโละมีความแข็งแรง กรอฟันออกประมาณ 0.5-1มิลลิเมตรเป็นที่อยู่ของโลหะก็เพียงพอ

ข้อเสีย
1. ไม่สวยเนืองจากเป็นสีโลหะ
2. การยึดอยู่สู้พวกเซรามิกไม่ได้ (มีโอกาสหลุดมากกว่า)

2. Porcelain fused to metal crown เป็นประเภทที่มีคุณสมบัติกลางๆระหว่างครอบโลหะ และครอบเซรามิก

1. แข็งแรงปานกลาง (ดีกว่าเซรามิก แย่กว่าโลหะ)
2. ราคาปานกลาง (แพงกว่าโลหะ ถูกกว่าเซรามิก)
3. กรอฟันปานกลาง (มากกว่าโลหะ น้อยกว่าเซรามิก)
4. สวยปานกลาง (คือ ได้สีเหมือนฟัน แต่จะดูทึบๆเนื่องจากมีโลหะเป็นแกนกลางเพิ่มความแข็งแรง ไม่ใสเหมือนเซรามิก)
5. มีโอกาสหลุดมากกว่าเซรามิก
3. All ceramic crown มีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องความสวย ข้อเสียคือ ไม่แข็งแรง
ข้อดี
1. สวยมากเหมือนฟันธรรมชาติที่สุด
2. ยึดติดกับฟันได้ดี

ข้อเสีย
1. ราคาแพงที่สุด
2. กรอฟันมากที่สุด
3. แข็งแรงน้อยที่สุด
Print ข้อความนี้เพื่อใช้บริการ
- อุดฟันโลหะด้านละ 250 บาท
- สีเหมือนฟันด้านละ 300 บาท
นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
 
การรักษารากฟัน (Root canal treatment)
เมื่อใดจึงต้องรักษารากฟัน?
  กรณีที่ฟันผุใน 2 ชั้นแรก เชื้อโรคจะอยู่เฉพาะบริเวณนั้นๆ ทันตแพทย์จะกรอเอาส่วนที่ผุออก แล้วอุด ฟันแทนส่วนที่กรอออกไปด้วยวัสดุอุด แต่ถ้าฟันผุจนทะลุโพรงประสาทฟัน เชื้อโรคจะวิ่งลงไปตามคลอง รากฟันถึงปลายราก ถึงกระดูก และทำลายกระดูก จนบางครั้งเราจะเห็นเงาดำกลมๆที่ปลายรากฟัน

การที่เชื้อโรคจะเข้าสู่โพรงประสาทฟันได้มีหลายกรณี

1. ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน สามารถสังเกตได้จาก
• ฟันผุเป็นโพรงใหญ่
• มักมีอาการปวดร่วมด้วย
• มีหนอง,รูเปิดหนอง สังเกตจากมีอาการบวม
2. ฟันตาย เกิดจาก มีการกระทบกระเทือนที่ฟันมาก เช่น หกล้มฟันกระแทก อาจมีอาการปวดหรือไม่ปวดก็ได้ บางครั้งคนไข้อาจรู้สึกเจ็บๆรำคาญบริเวณฟันซี่นั้น บางครั้ง ฟันจะค่อยๆมีสีคล้ำลง

3. ฟันหักทะลุโพรงประสาทฟัน
4. เพื่อการใส่ฟันปลอม เช่น ฟันหักจากการกระแทก บางกรณีอาจไม่ทะลุโพรงประสาท ไม่มีอาการปวดก็ได้ แต่จำเป็นต้องทำเดือยฟัน จึงต้องรักษารากฟัน ซึ่งจะกล่าวถึงในกรณีนี้ต่อไป
รักษารากฟันทำอย่างไร?

การรักษารากฟันต้องมาทำหลายครั้งเนื่องจากมีหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีความละเอียดมาก ประกอบด้วย
1. การเปิดโพรงประสาทฟันเพื่อดึงประสาทฟันออก
ทันตแพทย์ใส่ยาชา กรอเอาฟันส่วนที่ผุออกให้หมด และกรอฟันส่วนที่จำเป็นเพื่อให้เห็นคลองรากฟันชัดๆ และใช้เครื่องมือดึงเอาประสาทฟันออก

2. การใส่ยาในโพรงประสาทฟัน
เนื่องจากการรักษารากฟันแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลานาน ทันตแพทย์จะแบ่งการทำงานเป็นขั้นๆเพื่อไม่ให้คนไข้ต้องอ้าปากนานเกินไป เพราะฉะนั้น เมื่อจบขั้นตอนที่เหมาะสม ทันตแพทย์จะใส่ยาลงในคลองรากฟัน และอุดฟันชั่วคราว ก่อนที่นัดมาทำต่อ ยานี้มีหลายชนิด นอกจากจะช่วยลดอาการปวด ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคในคลองรากฟันได้ด้วย

3. การวัดความยาวคลองรากฟัน
คลองรากฟันมีลักษณะเหมือนท่อเล็กๆ ความยาว และจำนวนไม่เท่ากัน เช่น ในฟันหน้าส่วนมากจะมี 1 ราก ฟันกรามน้อยมี 1-2 ราก ฟันกรามใหญ่มี 3-4 ราก ทันตแพทย์จะต้องหาคลองรากจนครบ และ ใช้เครื่องมือใส่เข้าไปในคลองรากฟัน ถ่ายภาพรังสีเพื่อดูว่ารากฟันยาวขนาดไหน
สาเหตุที่ต้องวัดความยาวรากฟันทุกๆราก จะได้มั่นใจว่า ขั้นต่อไป ทันตแพทย์จะทำความสะอาดคลองรากฟันจนสะอาด ไม่เหลือแม้แต่พื้นที่ 1 มิลลิเมตรเป็นที่อยู่ของเชื้อโรค

4. การทำความสะอาดคลองรากฟัน
ถึงแม้จะดึงเอาโพรงประสาทฟันออกแล้ว แต่เชื้อโรคก็จะยังคงอยู่ในคลองรากฟัน ทันตแพทย์จะใช้ตะไบขนาดเล็ก ค่อยๆตะไบจนคลองรากฟันสะอาด

5. การอุดคลองรากฟัน
หลังจาที่คนไข้ไม่มีอาการปวดใดๆ ก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการรักษารากฟัน ทันตแพทย์จะใช้วัสดุอุดคลองราก และซีเมนต์ค่อยๆอุดจนแน่นเต็มคลองราก เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในคลองรากได้อีก
ข้อดีของการรักษารากฟัน
1. เก็บฟันไว้ได้ ไม่ต้องถอนฟัน เนื่องจากการถอนฟันไปเพียง 1 ซี่ จะมีผลเสียตามมาอีกมาก
2. รักษาสภาพฟันในช่องปากให้เหมือนเดิม

ข้อเสีย
1. ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการถอน แต่ถ้าจะถอนแล้วจะใส่ฟันปลอมแบบติดแน่น ไม่ถอดเข้าถอดออก การรักษารากฟันจะประหยัดกว่า และดีกว่า
2. ต้องมาหลายครั้ง

การบูรณะฟันภายหลังการรักษาคลองรากฟัน
ฟันภายหลังรักษาคลองรากฟันจะมีลักษณะ
• เนื้อฟันเปราะ เนื่องจากไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง ทำให้แตกง่าย
• เนื้อฟันเหลือน้อย เนื่องจาก ฟันที่จะรักษารากฟันมักเป็นฟันที่ผุมาก เป็นโพรงใหญ่ และต้องมีการกรอฟันเพื่อเอาโพรงประสาทฟันออก ทำให้เนื้อฟันเหลือน้อยเข้าไปอีก
เพราะฉะนั้น ฟันที่รักษารากฟันส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทำ เดือยฟันและครอบฟัน ตามทันที ถ้าไม่ทำ ฟันอาจจะแตกเมื่อเผลอไปเคี้ยวของแข็ง ทำให้ต้องถอนในที่สุด
การบูรณะฟันหลังรักษารากฟันด้วยเดือยฟันและครอบฟัน

เดือยฟัน (pin tooth)
ใช้ในฟันรักษารากเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้รากฟันและเพิ่มส่วนของเนื้อฟันที่หายไป ทำให้ครอบฟันแน่นยิ่งขึ้น
เดือยฟันมี 2 แบบใหญ่ๆคือ
1. เดือยฟันสำเร็จ คือเดือยฟันสำเร็จรูปที่ทำออกมาเป็นขนาดต่างๆ ทันตแพทย์จะเลือกใช้ให้ขนาดพอดีกับคลองรากฟันมากที่สุด มีทั้งแบบที่เป็นโลหะ และสีเหมือนฟัน

2. เดือยฟันแบบทำเฉพาะบุคคล คือเดือยฟันที่ทำออกมาเพื่อฟันซี่นั้นๆโดยเฉพาะ
เดือยฟันทั้ง 2 แบบมีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ละแบบก็มีข้อบ่งชี้ในการใช้แตกต่างกัน ทันตแพทย์จะเป็นผู้เลือกแบบที่เหมาะสมให้กับคนไข้ เช่น
• กรณีที่รากฟันสั้น เนื้อฟันเหลือน้อย มักใช้เดือยฟันแบบทำเฉพาะบุคคล
• กรณีที่เนื้อฟันเหลือมาก รากฟันยาวมักใช้เดือยฟันสำเร็จ
• กรณีทำครอบฟันเป็นเซรามิก (ดูครอบฟัน)โดยเฉพาะในฟันหน้า มักใช้เดือยฟันสำเร็จแบบสีเหมือนฟัน

หลังจากทำเดือยฟัน ก็จะต้องครอบฟันเพื่อให้ฟันสวยงามและใช้งานได้ดังเดิม